ARUN RPG

AR-001 · 01 / 60

อรัญ เวฬารักษ์

Aran Velarak

อรัญ เวฬารักษ์

อรัญ เวฬารักษ์ · AR-001

บทบาท: นักดาบอรุณ

ดินแดน: หมู่บ้านอรุณ

อาวุธ: ดาบเช้าสุดท้าย

พลัง: รับแรงปะทะไว้ในสันดาบแล้วส่งออกเป็นแนวแสงเพื่อเปิดทาง

ข้อจำกัด: เกะบแรงได้เพียงสามจังหวะ การรับเกินขีดจำกัดทำให้กระดูกร้าว

ปีที่เข้าร่วม: 18

คนที่ยืนอยู่จนประตูเปิด

ตอนเด็ก อรัญเชื่อว่านาฬิกาทุกเรือนมีหัวใจ ย้อนทุกครั้งที่บ้านเงียบ พ่อจะยกมันขึ้นแนบหู แล้วเว้ากับสิ่งเล็ก ๆ ข้างในราวกับกำลังปลอบคนไข้ ร้านของพวกเขาอยู่ตรงหัวสะพานหมู่บ้านอรุณ คนมีเงินจ่ายเป็นเหรียญ คนบ่มีเงินจ่ายเป็นข้าวสาร พ่อจดหนี้ไว้ครบ แต่บ่เคยไปทวง อรัญบ่เข้าใจว่าร้านที่ซ่อมเวลาให้คนอื่น เหตุใดจึงบ่มีเวลาพอจะซ่อมหลังคาของตัวเอง

คืนฟ้าขาดมาถึงเมื่อเขาอายุเจ็ดขวบ เสียงระฆังดังผิดลำดับ ก่อนเส้นสีดำจะเปิดขึ้นกลางท้องฟ้า ผู้คนวิ่งมาทางสะพาน พ่อสวมเสื้อคลุมให้เขาแล้วออกไปช่วยยกคานประตู อรัญเห็นมือของพ่ออยู่ระหว่างไม้สองท่อน เห็นเลือดไหลเข้ารอยน็อต แต่จำหน้าคนที่พ่อช่วยไว้บ่ได้สักคน เมื่อกองตรวจมาถึงในตอนเช้า ชื่อพ่อบ่อยู่ในรายชื่อผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงปฏิเสธการชดเชย ราวกับความตายต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะเกิดขึ้นได้

อรัญเกะบเสื้อที่พ่อบ่กลับมาเอาไว้ใต้เตียง เขาฝึกดาบกับยามสะพานย้อนอยากแข็งแรงพอจะยกคานนั้นคนเดียว เมื่อโตขึ้น เขารับงานคุ้มกันพ่อค้าและเริ่มนับทุกอย่างเป็นราคา ค่าอาหาร ค่ายา ค่าเสียเวลา เขาบ่อยากเป็นคนใจดีที่ทิ้งลูกให้โตกับหนี้ แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนาฬิกาหยุด เขาจะเงยหน้าขึ้นโดยบ่ฮู้ตัว คล้ายรอให้ใครเดินกลับเข้าร้าน

สิบแปดปีหลังฟ้าขาด สมาพันธ์ตราขาวส่งคำสั่งปิดสะพานอรุณ ผู้ลี้ภัยจากหุบเขาจันทราถูกจัดว่าเป็นคนไร้ทะเบียน อรัญได้รับค่าจ้างสามเท่าให้ยืนคุมแนว เขารับเงิน ย้อนหลังคารั่วลงบนโต๊ะซ่อมของพ่ออีกครั้ง คืนแรกที่เข้าเวร เด็กหญิงคนหนึ่งยื่นนาฬิกาพกผ่านลูกกรงแล้วถามว่า “ถ้ามันเดินได้ คุณจะปล่อยยายหนูเข้าไปไหม” เขาตอบว่าประตูบ่แม่นร้านซ่อม เด็กจึงนั่งรอตรงนั้นทั้งคืน

รุ่งเช้าแนวพลังใต้สะพานแตก น้ำในแม่น้ำยกตัวสูงโดยบ่มีคลื่นเตือน กัปตันสั่งให้ทหารรักษาประตูไว้ คนที่ติดอยู่ฝั่งนอกจะถูกน้ำกวาดก่อนถึงคิวตรวจ อรัญเบิ่งเหรียญค่าจ้างในมือ แล้วเบิ่งเด็กคนเดิมซึ่งกำลังปลุกยายที่หมดสติ เขาเกือบทำตามคำสั่ง ความกลัวบ่ได้หายไปในวินาทีที่คนกลายเป็นวีรบุรุษ มันยังอยู่ และเว้าด้วยเสียงสมเหตุสมผลว่าคนคนเดียวช่วยอิหยังบ่ได้

เขายัดถุงเงินคืนให้กัปตันแล้วขวางบานประตูด้วยดาบ ดาบหักทันที กระดูกแขนส่งเสียงตาม อรัญบ่ได้ตะโกนคำประกาศยิ่งใหญ่ เขาตะโกนชื่อคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ขอให้ช่วยยก ขอให้ช่วยจับเชือก ขอให้ช่วยพาเด็กเดินต่อ หลินอวี้วิ่งเข้ามาตัดหมุดผนึก มาลินลากยายขึ้นฝั่ง ส่วนชายสวมฮู้ดซึ่งบ่มีใครรู้ชื่อแอบปลดโซ่ด้านใน เป็นครั้งแรกที่อรัญยอมรับว่าการยืนคนเดียวบ่แม่นความกล้าหาญเสมอไป

เศษดาบในมือเริ่มสว่าง แรงจากประตูบ่ได้หายไป มันไหลเข้าไปสะสมในเหล็กจนรอยร้าวของดาบดูเหมือนแสงเช้าตามขอบฟ้า อรัญนับได้สามจังหวะตามเสียงนาฬิกาของเด็ก ก่อนปล่อยแรงเบิดลงพื้น เขาเปิดทางกว้างพอให้คนผ่าน แต่ทรุดลงทันทีที่คนสุดท้ายพ้นบานประตู เมื่อฟื้น เขาพบว่าแขนข้างขวาต้องพันเฝือก และบ่มีเงินเหลือแม้แต่ค่าซ่อมหน้าต่าง

เด็กหญิงนำนาฬิกากลับมาให้ มันยังบ่เดิน เธอเอ่ยขอโทษที่บ่มีอิหยังตอบแทน อรัญหัวเฮาะเบา ๆ แล้วบอกว่าสิ่งที่เธอเอามาให้คือโอกาสกลับไปเป็นลูกของพ่ออย่างที่บ่ต้องละอาย คนที่รอดจากสะพานช่วยกันซ่อมร้าน ภายในหนึ่งสัปดาห์ หลังคาที่เขาพยายามเกะบเงินซ่อมมาหลายปีกะบ่รั่วอีกต่อไป เขาเริ่มเข้าใจสมุดหนี้เล่มเก่า มันอาจบ่แม่นบัญชีของสิ่งที่ผู้คนติดค้างพ่อ แต่เป็นหลักฐานว่าพวกเขาเคยช่วยกันอยู่รอด

กองตรวจประกาศจับผู้ทำลายประตู ผู้ร่วมช่วยเหลือสิบคนมาพบกันในร้านนาฬิกา อัศราบอกว่าการซ่อนตัวอย่างเดียวจะช่วยคนฝั่งอื่นบ่ได้ เนตรดาววางสมุดเปล่าลงบนโต๊ะ ขอให้จดชื่อผู้รอดทุกคนก่อนที่ใครจะลบพวกเขาอีก อรัญเสนอชื่อแนวร่วมอรุณ บ่แม่นย้อนคึดว่าตนเป็นแสงสว่าง แต่ย้อนอรุณคือเวลาที่คนธรรมดาต้องลุกขึ้นทำงาน แม้เมื่อคืนจะโหดร้ายเพียงใด

เขานำเศษดาบไปให้ช่างประกอบใหม่ โดยยืนยันให้เกะบรอยแตกไว้ ดาบเช้าสุดท้ายจึงบ่มีคมเรียบร้อยเหมือนอาวุธในพิธี มันเป็นดาบที่บอกผู้ถือเสมอว่ามีสิ่งใดเคยเกินกำลัง ก่อนออกเดินทาง อรัญแขวนนาฬิกาของเด็กไว้เหนือประตูร้าน แล้วปล่อยให้มันหยุดอยู่ตรงเวลาที่สะพานเปิด เขาบ่ได้ปฏิญาณว่าจะบ่ล้มอีก เขาปฏิญาณว่าจะเรียกให้คนอื่นช่วยก่อนที่การล้มของเขาจะพาคนทั้งขบวนลงไปด้วย

เมื่อแสงแรกแตะทางดิน อรัญเดินออกไปกับคนอีกเก้าคน เขายังคึดฮอดพ่อ ยังกลัวการบ่มีเงิน และยังบ่ฮู้ว่าจะชนะสมาพันธ์ได้จั่งใด๋ แต่เป็นครั้งแรกที่อนาคตบ่แม่นห้องว่างซึ่งต้องยืนอยู่เพียงลำพัง เบื้องหลังเขามีร้านที่คนทั้งหมู่บ้านซ่อมให้ เบื้องหน้าเขามีประตูอีกมากที่ยังปิดอยู่ เขากระชับมือซ้ายรอบฝักดาบ แล้วเลือกเดินต่อในความเร็วที่ทุกคนตามทัน