อาเซม
Asem • AR-054
บทบาท: ผู้ส่งทางสุดท้าย
ถิ่นกำเนิด: หอพักผู้จากไปแห่งสุริยัน
อาวุธ / เครื่องมือ: คทาสองง่ามและห่วงชีพ
พลัง: จำแนกรอยชีวิตที่ยังเชื่อมกับร่างออกจากรอยสะท้อนที่จากไป
ข้อจำกัด: คืนผู้ตายไม่ได้และห้ามตัดสินคุณค่าชีวิตแทนเจ้าของ
ปีเข้าร่วม: 20
คนเฝ้าทางที่อยู่กับคนเป็น
อาเซมดูแลหอพักผู้จากไปแห่งสุริยัน งานของเขาคือพาร่างกลับถึงครอบครัวอย่างมีชื่อและมีเรื่องราว เขามีเศียรหมาไนและประสาทสัมผัสซึ่งแยกรอยชีวิตออกจากรอยสะท้อนได้ ผู้คนจึงมักขอคำตัดสินจากเขาว่าใครยังควรช่วย ใครควรปล่อย และใครมีคุณค่าพอให้ใช้ทรัพยากรที่เหลือ
อาเซมเคยเชื่อว่าหน้าที่ของผู้รู้คือให้คำตอบหนักแน่น เขาประเมินผู้บาดเจ็บรายหนึ่งว่ารอดยากและแนะนำให้ย้ายเครื่องพยุงไปให้คนอื่น ครอบครัวยอมเพราะคิดว่าเขาเห็นอนาคต ทั้งที่เขาเห็นเพียงรอยชีวิตอ่อนลง ชายคนนั้นเสียชีวิต อาเซมไม่อาจรู้ว่าอีกทางจะช่วยได้หรือไม่ แต่รู้ว่าตนพูดเกินสิ่งที่พลังบอก
เขาเปิดเผยข้อจำกัดและพักหน้าที่ประเมินฉุกเฉิน ช่วงจัดของผู้จากไป เขาพบจดหมายที่ชายคนนั้นเขียนถึงลูก เป็นเรื่องสวนผัก ไม่ใช่คำกล่าวยิ่งใหญ่ อาเซมเข้าใจว่าคุณค่าชีวิตไม่ได้ขึ้นกับสิ่งที่เขามองเห็นจากรอยพลัง และผู้ถือคทาไม่มีสิทธิ์ใช้ความแน่ใจปลอมบีบการเลือกของครอบครัว
เขากลับฝึกกับแพทย์ เรียนการรายงานอาการ แยกข้อมูลจากคำแนะนำ และอธิบายความไม่แน่นอนด้วยภาษาที่เข้าใจได้ ห่วงชีพของเขาช่วยติดตามว่ารอยชีวิตยังเชื่อมกับร่างเพียงใด แต่ไม่คืนผู้ตายและไม่วัดว่าผู้ใดสมควรมีชีวิตมากกว่าใคร
ปีที่ยี่สิบ รถขนผู้ประสบเหตุเข้าหอมากเกินจำนวนเจ้าหน้าที่ อาเซมตรวจพบรอยชีวิตบางในร่างที่ถูกบันทึกว่าเสียชีวิต เขาเรียกทีมรักษาทันทีโดยไม่รอให้เอกสารแก้ครบ และพบว่าการรีบปิดยอดทำให้คนอีกหลายคนถูกตรวจไม่ทั่วถึง
ระหว่างช่วย คำสั่งจากผู้บริหารให้ส่งเครื่องพยุงไปยังผู้มีตราสูงกว่าเข้ามา อาเซมใช้คทาสองง่ามขวางรถขนอุปกรณ์และขอให้ประเมินตามอาการจริง เขาไม่ได้ประกาศว่าใครควรรอดอย่างเด็ดขาด แต่ปกป้องกระบวนการที่ให้โอกาสตามความจำเป็นและข้อมูล มิใช่ฐานะ
มาลินกับเซห์รามาช่วยจนสถานการณ์สงบ มีทั้งผู้รอดและผู้จากไป อาเซมบันทึกชื่อทุกคน ตรวจสิ่งของกับครอบครัว และไม่ใช้การช่วยสำเร็จบางรายกลบคำถามว่าระบบพลาดอย่างไร เขาเสนอให้แยกหอตรวจชีพจากผู้รับผิดชอบตัวเลขผลงาน เพื่อไม่ให้การเร่งส่งรายงานกลายเป็นเหตุเร่งตัดสินชีวิต
เขาร่วมแนวร่วมอรุณในหน่วยค้นผู้สูญหายและคัดแยกฉุกเฉิน ทำงานคู่กับผู้รักษาเสมอ เนตรดาวรับฟังรอยสะท้อน ส่วนเขาตรวจรอยชีวิตที่ยังอยู่ ทั้งสองกำหนดขอบเขตไม่ให้ความหวังของญาติถูกใช้เป็นช่องขายคำตอบที่พลังไม่มี
ก่อนออกเดินทาง อาเซมนำเมล็ดจากสวนของชายในคดีเก่าไปคืนครอบครัว ลูกของชายคนนั้นขอให้เขาช่วยปลูกหนึ่งแถว เขาทำโดยไม่พูดเรื่องชดใช้แทนผู้ตาย เสร็จแล้วนั่งพักข้างคนเป็น ฟังว่าพวกเขาอยากให้สวนเติบโตอย่างไร หน้าที่ของผู้เฝ้าทางจึงไม่ได้อยู่ปลายชีวิตเพียงแห่งเดียว แต่รวมถึงการช่วยให้คนที่ยังอยู่มีทางเดินต่อด้วย