มาลิน บุปผารักษ์
มาลิน บุปผารักษ์ · AR-007
บทบาท: ผู้รักษาบุปผา
ดินแดน: หมู่บ้านอรุณ
อาวุธ: กระดิ่งเมล็ดแก้ว
พลัง: เร่งการประสานเนื้อเยื่อโดยนำพลังจากรากพืชและผู้บริจาคที่ยินยอม
ข้อจำกัด: ชุบชีวิตบ่ได้ และบ่อาจเอาความเจ็บป่วยไปโยนให้คนอื่นโดยไร้ความยินยอม
ปีที่เข้าร่วม: 18
ดอกไม้ที่บ่รับปากว่าจะช่วยทุกคน
คนในหมู่บ้านอรุณจำเสียงกระดิ่งของมาลินได้ก่อนจำหน้า ตอนเด็กเธอเดินตามยายซึ่งเป็นหมอยาสมุนไพร หิ้วตะกร้าหนักเกินตัวแล้วเขย่ากระดิ่งหน้าบ้านคนป่วย ยายบ่เคยสัญญาว่าทุกคนจะหาย เธอบ่ชอบความระมัดระวังนั้น ย้อนคึดว่าคนรักษาควรให้ความหวังมากพอจะเอาชนะโรคได้
ความสามารถของมาลินปรากฏเมื่อเธอประคองลูกนกตกจากรัง รากไม้ใต้ฝ่ามือส่องแสงและปีกเล็กกลับขยับได้ เด็กทั้งหมู่บ้านพากันเอาสัตว์บาดเจ็บมาให้เธอ มาลินมีความสุขกับการถูกเรียกหา จนสังเกตว่าหญ้ารอบบ้านเหลืองตายเป็นวง ยายให้เธอเดินดูดินก่อนรับผู้ป่วยรายใหม่ พลังที่ช่วยชีวิตหนึ่งกำลังดึงสิ่งที่เลี้ยงอีกหลายชีวิตไป
เมื่อไข้ลามหลังฤดูน้ำหลาก คนต่อแถวหน้าบ้านตั้งแต่ฟ้ายังมืด มาลินตอบว่าช่วยได้ทุกคน เธอรักษาต่อเนื่องจนล้ม แปลงยาทั้งแปลงแห้งตาย และยาสำหรับอาการที่พลังแก้บ่ได้กะหมดตามไปด้วย ชายคนหนึ่งเสียชีวิตระหว่างรอ ทั้งที่น่าจะส่งขึ้นเกวียนไปหาแพทย์บนเขาตั้งแต่เช้า คำรับปากของเธอบ่ได้ช่วยให้เขาอยู่ มันทำให้ครอบครัวรอจนสาย
พ่อของชายคนนั้นบ่ยอมให้เธอเข้าร่วมพิธีศพ มาลินกลับมานั่งหน้าประตูบ้านทั้งคืน เธอเกือบเลิกจับกระดิ่ง ยายบ่บอกให้ลืมความผิด แต่พาเธอไปดูถุงเมล็ดที่ต้องปลูกใหม่ “ความหวังบ่ควรต้องโกหกถึงจะอยู่ได้” ยายกล่าว มาลินเริ่มเฮียนฮู้ว่าการบอกข้อจำกัดตรงเวลาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา แม้คำตอบนั้นทำให้คนโกรธเธอ
เธอเดินทางฝึกกับสถานพยาบาลหลายแห่ง เรียนการกดแผล การแยกอาการ การส่งต่อ และการถามความยินยอมจากผู้บริจาคพลัง คนที่ช่วยบ่ต้องเป็นคนแข็งแรงที่สุด บางครั้งเพียงยอมให้แสงไหลผ่านรากต้นไม้ที่ตนปลูกกะพอ มาลินตั้งกติกาว่าจะบ่ดึงพลังจากคนหลับ คนถูกบังคับ หรือผู้ที่บ่เข้าใจผล และบ่มีหัวหน้าคนใดสั่งข้ามกติกานี้ได้
ในคืนสะพานอรุณ เธอเผชิญสิ่งที่เคยกลัวอีกครั้ง ผู้บาดเจ็บมีหลายกว่ามือ ยาที่นำมาน้อยกว่าคนรอ เธอช่วยหญิงชราที่หลานเอานาฬิกามาแลกทางผ่านก่อน ย้อนยังแก้ภาวะเร่งด่วนได้ แล้วขอให้คนที่เดินไหวช่วยต้มผ้าและนับลมหายใจ แทนประกาศว่าตนจะรักษาทุกคน เธอเรียกสิ่งที่ต้องทำทีละอย่าง จนความตื่นกลัวกลายเป็นงานที่หลายมือช่วยกันรับได้
หลินอวี้พาแม่มาถึงพร้อมอาการหอบ มาลินบอกว่าพลังปิดบาดแผลได้ แต่ลบฝุ่นสะสมในปอดทันทีบ่ได้ เธอช่วยให้อาการคงที่ จัดที่พัก และเขียนใบส่งต่อ ในแววตาของหลินอวี้มีทั้งความผิดหวังกับความโล่งใจที่ได้ฟังความจริง ระหว่างนั้นคนเจ็บอีกรายจากไป มาลินจับมือเขาจนปลายนิ้วเย็นและยังกลับมาดูคนที่เหลือต่อได้ โดยบ่เรียกความสูญเสียนั้นว่าเรื่องเล็ก
หลังน้ำลด เธอเสนอให้กลุ่มผู้รอดชีวิตสร้างหน่วยรักษาที่เดินทางไปกับผู้ถูกปฏิเสธจากด่าน อัศราถามว่าต้องการนักสู้คุ้มกันกี่คน มาลินตอบว่าต้องการคนปลูกต้นไม้ คนขับเกวียน และคนยอมเถียงกับแม่ทัพเมื่อการรบขัดกับการช่วยชีวิตด้วย การเข้าร่วมแนวร่วมอรุณของเธอจึงเริ่มด้วยข้อกำหนดที่บ่มีใครถือว่าเป็นของประดับ
เธอทำกระดิ่งเมล็ดแก้วจากกระดิ่งของยาย ใส่เมล็ดพันธุ์หลายชนิดในช่องเล็กเพื่อปลูกคืนทุกครั้งที่ใช้พลัง ยายยังอยู่ดูแลหมู่บ้าน ส่วนมาลินส่งจดหมายบันทึกทั้งผู้ที่ช่วยได้และช่วยบ่ได้กลับมา พ่อของชายที่เคยตายหน้าบ้านส่งถุงดินมาให้ครั้งหนึ่ง บ่มีจดหมาย บ่มีคำให้อภัย เธอใช้ดินนั้นปลูกต้นยาข้างคลินิกเคลื่อนที่และดูแลอย่างเงียบ ๆ
ก่อนการเดินทางครั้งแรก เด็กถามว่าเป็นหยังผู้รักษาต้องพกอาวุธ มาลินเขย่ากระดิ่งเบา ๆ แล้วให้เขาช่วยฟังเสียงเมล็ดข้างใน “เพื่อไปถึงคนที่ยังรออยู่” เธอบอก เธอบ่ฮู้ว่าจะพาทุกคนกลับมาได้หรือบ่ แต่ฮู้ว่าจะบ่ปล่อยให้ใครต้องเลือกระหว่างคำโกหกที่ฟังอบอุ่นกับความจริงที่บ่มีใครอยู่ข้าง ๆ อีกแล้ว