เหวินไค
เหวินไค · AR-030
บทบาท: วานรผู้เดินทาง
ดินแดน: ตลาดบนเมฆ
อาวุธ: พลองปลอกทอง
พลัง: ปรับช่วงความยาวพลองและใช้แรงดีดเปลี่ยนทิศกลางอากาศ
ข้อจำกัด: ความยาวมากขึ้นทำให้ควบคุมยาก บ่อาจสร้างร่างแยกจริง
ปีที่เข้าร่วม: 19
เสรีภาพที่ยอมกลับมา
เหวินไคบ่เคยชอบประตูที่เปิดจากข้างนอกเพียงด้านเดียว เขาเป็นวานรในคณะกายกรรมตลาดบนเมฆ เจ้าของบอกว่ากรงช่วยให้ปลอดภัยจากคนร้าย แต่เกะบกุญแจไว้กับตนและหักค่าจ้างทุกครั้งที่เขาถามเรื่องอิสระ เหวินไคจึงเรียนสะเดาะกลอนเร็วกว่าฝึกท่าปิดการแสดง
เขาหนีได้พร้อมพลองปลอกทองซึ่งยืดหดตามแรงจับ ชื่อเสียงโจรป่วนตลาดทำให้เขาฮู้สึกอยู่เหนือผู้มีอำนาจ เขาขโมยจากคนรวย เล่นตลกกับยาม และบ่หยุดดูว่าคนเกะบกวาดต้องจ่ายค่าความเสียหายแทนเท่าไร เสรีภาพในช่วงนั้นหมายถึงการบ่มีใครตามทัน หลายกว่าการมีชีวิตที่ตนเลือกอย่างรับผิดชอบ
ครั้งหนึ่งเขาขโมยกล่องจากรถเกะบภาษีแล้วโยนเหรียญให้ผู้คน ระหว่างหลบหนี พลองที่ยืดยาวเกินควบคุมฟาดเสาค้ำตลาดหัก เขาหนีทัน แต่คนบนทางเดินตกลงไปหลายราย เหวินไคได้ยินว่าหญิงทำรองเท้าซึ่งเคยซ่อนเขาสูญร้าน จึงแอบนำเงินกลับไปให้ เธอบ่รับถ้าเขาบ่ช่วยซ่อมด้วย
การอยู่ซ่อมทำให้เขาพบกรงอีกรูปแบบ คือความอายที่อยากหนีทันทีเมื่อถูกเบิ่งตรง ๆ เขาต้องทำงานกับคนที่บ่หัวเฮาะมุกของตน ใช้พลองเป็นคานยกไม้แทนของเล่น และเรียนว่าคำขอโทษบ่ทำให้ผู้เสียหายมีหน้าที่ปลอบใจผู้ทำผิด
เมื่อเจ้าของคณะเดิมจับเด็กใหม่เข้ากรง เหวินไควางแผนบุกไปปล่อย เขาเกือบทำทุกอย่างคนเดียวตามความเคยชิน ก่อนหญิงทำรองเท้าถามว่าเด็กจะไปไหนหลังประตูเปิด คำถามทำให้แผนยาวขึ้น เขาติดต่อที่พัก เตรียมอาหาร และส่งข่าวให้หิรัณย์กับแนวร่วมช่วยเส้นทาง
การช่วยเหลือในปีที่สิบเก้าบ่ราบรื่น เจ้าของใช้ทางเดินคนดูเป็นตัวประกัน เหวินไคยืดพลองค้ำเพดานแทนไล่จับคนที่หนีไป มือสั่นย้อนต้องควบคุมช่วงยาวซึ่งตนเคยใช้โดยบ่คึดฮอดน้ำหนัก เด็กคนสุดท้ายกลัวออกจากกรง ย้อนบ่เคยเห็นโลกนอกนั้น เขาจึงนั่งรอและให้เด็กเป็นคนเปิดบานเอง
หลังส่งทุกคนถึงที่พัก เขามีโอกาสหายตัวไปพร้อมคำชม แต่กลับไปตลาดรับงานซ่อมต่อจนเสร็จ เหวินไคบ่ได้ชอบกฎขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาเพียงเริ่มแยกกฎที่คุ้มครองคนออกจากกฎที่คุ้มครองเจ้าของ และยอมรับว่าการเลือกอยู่ตามคำเว้าของตนบ่เหมือนการถูกขัง
เขาร่วมแนวร่วมอรุณเป็นผู้แทรกซึมและเปิดทาง ขอกติกาว่าสมาชิกออกจากกลุ่มได้โดยบ่ถูกตราหน้าว่าทรยศ พร้อมรับกติกาว่าต้องส่งต่องานซึ่งกระทบชีวิตคนอื่น หิรัณย์ชวนแข่งกระโดดข้ามลำธาร เขารับคำท้าแต่หยุดดูความแข็งแรงของฝั่งก่อน ทั้งสองหัวเฮาะกับความรอบคอบที่เมื่อก่อนคงเรียกว่าน่าเบื่อ
วันออกเดินทาง เด็กจากคณะถามว่าใครถือกุญแจค่าย เหวินไคชี้ทางเดินที่บ่มีกรง แล้วมอบกุญแจเก่าให้เกะบเป็นเศษเหล็ก บ่แม่นสัญญาว่าต้องเป็นนักรบตอบแทนเขา เมื่อขบวนเริ่มเคลื่อน เขาสามารถวิ่งหนีไปทุกทิศ แต่เลือกเดินอยู่ข้างเกวียนจนทุกคนพ้นโค้ง นั่นเป็นอิสระครั้งแรกที่บ่ต้องมีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพื่อพิสูจน์มัน