ARUN RPG

AR-002 · 02 / 60

หลินอวี้ จารุหยก

Linyu Charuyok

หลินอวี้ จารุหยก

Linyu Charuyok • AR-002

บทบาท: นักดาบหยก

ถิ่นกำเนิด: ป่าหยกพันปี

อาวุธ / เครื่องมือ: กระบี่เส้นราก

พลัง: อ่านการไหลของพลังในวัสดุและตัดเฉพาะจุดเชื่อม

ข้อจำกัด: หยกต้องสัมผัสสิ่งที่อ่าน พิษในเนื้อหยกย้อนทำร้ายมือผู้ใช้

ปีเข้าร่วม: 18

รากที่ไม่ยอมขึ้นในกรง

หลินอวี้โตในโรงเรือนปลูกหยก ที่ซึ่งต้นไม้มีหมายเลขและเด็กมีราคาค่ารักษา แม่ของเธอเป็นคนขัดแร่จนฝุ่นเขียวจับอยู่ในปอด เมื่อทำงานไม่ไหว เจ้าของสวนยอมให้รักษาต่อโดยบันทึกค่าใช้จ่ายเป็นหนี้ของลูก หลินอวี้จึงได้เรียนหนังสือเฉพาะตัวเลขที่ต้องใช้คำนวณดอกเบี้ย เธอจำได้แม่นว่าคำว่าเมตตาในใบสัญญามักอยู่เหนือบรรทัดที่แพงที่สุด

หญิงชราคนดูแลสวนชื่อย่าเฟื้องสอนสิ่งที่ไม่มีในบัญชี สอนว่ารากไม้ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงเพราะความโง่ แต่เพราะมันกำลังหลบสิ่งที่มองไม่เห็น หลินอวี้เริ่มฝึกใช้มีดตัดกิ่งตามแนวเส้นใย มือของเธอเบาจนใบอ่อนแทบไม่ไหว ย่ามอบกระบี่เก่าที่ใช้ตัดรากผนึกให้ในวันที่เธออายุสิบหก พร้อมคำเตือนว่าอาวุธที่แม่นยำที่สุดก็ไร้ค่า ถ้าผู้ถือไม่รู้ว่าตนกำลังรักษาสิ่งใด

เธออยากซื้ออิสรภาพให้แม่ จึงรับงานตัดหยกเร่งการเติบโตในคืนฝนพิษ แม้รู้ว่ามันจะทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อน เธอบอกตนเองว่าป่ากว้างพอจะรับผลจากคนคนเดียว กระทั่งพบปลาตายลอยในคลองที่เด็กข้างโรงเรือนใช้ดื่ม หลินอวี้ไม่ได้ถูกใส่ร้ายในครั้งนั้น เธอเป็นผู้ทำจริง ความรู้เรื่องพืชที่เคยทำให้ภูมิใจจึงกลายเป็นเหตุผลที่เธอไม่กล้ามองมือของตน

เจ้าของสวนเสนอจะล้างหนี้ทั้งหมด หากเธอทำลายบันทึกการปล่อยของเสีย หลินอวี้ถือเอกสารเข้าไปในเตาเผา ยืนอยู่หน้าความร้อนนานพอให้ปลายกระดาษม้วน แม่ซึ่งแทบไม่มีแรงเดินตามมาถึงประตู ไม่ได้ห้าม ไม่ได้พูดเรื่องคุณธรรม เพียงถามว่า “ถ้าเราออกจากที่นี่แล้ว ลูกอยากหายใจด้วยอกแบบไหน” คำถามนั้นหนักกว่าโซ่ทุกเส้น เพราะมันเปิดให้เธอเลือกเอง

หลินอวี้ดับไฟแล้วนำบันทึกออกมา เธอไม่ได้หนีทันที แต่ย้อนกลับไปตัดท่อที่กำลังส่งพิษลงคลอง ยามล้อมโรงเรือน กระบี่เก่าปะทะโล่เหล็กจนมือชา ในวินาทีที่เธอเกือบฟันสวนไปตามความโกรธ เสียงรากใต้เท้าก็แทรกขึ้นมาเป็นจังหวะต่ำ เธอเห็นแนวรับแรงของโล่ เห็นหมุดเล็กที่เชื่อมมันกับแขนยาม และตัดเพียงจุดเดียว โล่หลุดโดยที่คนถือยังมีมือกลับบ้าน

พลังรอยประสานทำให้เส้นรากในหยกของกระบี่สว่าง แต่ปลายนิ้วเธอเริ่มดำเพราะรับพิษจากวัสดุที่อ่านได้ หลินอวี้เรียนรู้ตั้งแต่การใช้ครั้งแรกว่าความสามารถไม่ใช่ใบอนุญาตให้แก้ปัญหาโดยไม่จ่ายราคา เธอเปิดทางให้คนงานออกจากโรงเรือน แล้วกลับมาขนแม่เป็นคนสุดท้าย ย่าเฟื้องไม่ยอมทิ้งต้นอ่อน เธอจึงต้องเลือกขนคนก่อน และยอมปล่อยสวนที่รักให้ถูกยึด ความเสียใจครั้งนั้นไม่หายไปเพียงเพราะการตัดสินใจถูกต้อง

หลายเดือนต่อมา เธอหอบบันทึกมาถึงสะพานอรุณ หวังส่งหลักฐานให้ผู้ตรวจจากเมืองหลวง แต่เจ้าหน้าที่ประตูเป็นคนกลุ่มเดียวกับผู้รับเงินจากเจ้าของสวน เอกสารถูกยึด แม่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้ารับการรักษา หลินอวี้กำลังคิดว่าจะฆ่าคนคุมประตูเมื่อเห็นอรัญใช้ดาบหักขวางบานไม้ เขาไม่ได้รู้เรื่องหนี้ของเธอด้วยซ้ำ แต่กำลังทำให้เธอมีทางเลือกที่ไม่ต้องเริ่มด้วยการฆ่า

เธอใช้กระบี่ตัดหมุดผนึกทีละตัว ไม่ฝืนทำทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะรู้แล้วว่าคนที่ล้มก่อนงานจบจะช่วยใครไม่ได้ หลังเหตุการณ์สงบ มาลินรักษาแม่ ส่วนอรัญขอให้เธอสอนคนในหมู่บ้านตรวจน้ำ หลินอวี้ถามว่าเขาไม่กลัวหรือที่เธอเคยเป็นคนปล่อยพิษ อรัญตอบว่าเขากลัว จึงอยากให้คนที่รู้วิธีทำลายช่วยสอนวิธีป้องกัน โดยมีคนอื่นคอยตรวจเธอด้วย

การให้อภัยที่ไม่ลบความรับผิดชอบทำให้หลินอวี้ร้องไห้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เธอให้การเรื่องที่ตนทำ ลงชื่อเป็นพยาน และยอมใช้รายได้ส่วนหนึ่งฟื้นคลอง แม้จะหมายถึงหนี้เก่าที่ยังใช้ไม่หมด เมื่อแนวร่วมอรุณชวนเดินทาง เธอตั้งเงื่อนไขว่าจะมีบัญชีแหล่งน้ำติดไปด้วย ทุกเมืองที่ผ่านต้องได้รับความรู้กลับคืน ไม่ใช่เพียงเสียคนหนุ่มสาวให้สงคราม

คืนก่อนออกเดินทาง แม่ช่วยมัดผมให้ด้วยมือที่สั่น หลินอวี้นำเมล็ดต้นอ่อนเพียงเมล็ดเดียวใส่ห่อผ้า ไม่ใช่เพื่อสร้างสวนเดิมขึ้นใหม่ แต่เพื่อเตือนว่ารากมีสิทธิ์เลือกทางของมัน เธอเรียกกระบี่ว่าเส้นราก และสาบานว่าจะไม่ใช้คำว่าจำเป็นกลบชื่อผู้ที่ต้องจ่ายแทนตนอีก การเป็นนักสู้ของเธอจึงเริ่มจากการยอมรับความผิด ก่อนจะเริ่มจากท่วงท่าที่งดงาม