เนตรดาว ม่านวิญญาณ
Netdao Manwinyan • AR-009
บทบาท: ผู้อัญเชิญวิญญาณ
ถิ่นกำเนิด: บึงหมอกเรืองแสง
อาวุธ / เครื่องมือ: โคมคืนเสียง
พลัง: รับฟังและอัญเชิญรอยสะท้อนของผู้จากไปที่สมัครใจตอบ
ข้อจำกัด: รอยสะท้อนไม่ใช่ผู้ตายทั้งคน ใช้ให้พูดความลับที่ไม่ยินยอมไม่ได้
ปีเข้าร่วม: 18
เสียงที่ขออนุญาตก่อนเรียก
เนตรดาวได้ยินเสียงในหมอกตั้งแต่เด็ก บางเสียงเรียกคนรัก บางเสียงท่องทางกลับบ้านซ้ำ ๆ ผู้ใหญ่ในบึงหมอกเรืองแสงต่างอธิบายสิ่งที่เธอได้ยินตามความเชื่อของตน แต่ยายผู้ทำโคมสอนเธอเพียงว่า การได้ยินใครไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์เรียกเขามา เนตรดาวจึงเติบโตพร้อมการเคาะขอบโคมสามครั้งและรอคำตอบเสมอ
ความสามารถพิเศษทำให้ผู้คนเดินทางมาถึงบ้านมากขึ้น บางคนถือเสื้อเก่า บางคนถือคำขอโทษที่พูดไม่ทัน เธออยากช่วยทุกคน จึงเริ่มแปลเสียงขาดหายให้เป็นประโยคสมบูรณ์ เติมคำที่ตนคิดว่าครอบครัวต้องการฟัง หญิงคนหนึ่งกลับไปขายบ้านเพราะเชื่อว่าสามีที่ตายแล้วสั่งให้ไปตามหาลูกในเมืองเหนือ แต่เสียงที่เนตรดาวได้ยินจริงกล่าวเพียงชื่อเมือง ไม่ได้ให้คำสั่งใด
เมื่อหญิงนั้นกลับมาพร้อมหนี้และมือเปล่า เนตรดาวยอมรับว่าแต่งส่วนที่เหลือขึ้นเอง ความเงียบหลังคำสารภาพยาวกว่าเสียงใดในหมอก เธอขายเครื่องประดับช่วยชดใช้และหยุดรับผู้มาขอคำตอบอยู่พักใหญ่ ยายไม่บอกว่าเจตนาดีเพียงพอ แต่ให้เธอซ่อมโคมที่กระจกแตก เพื่อจำว่าความสว่างผ่านสิ่งชำรุดย่อมผิดรูปได้
เนตรดาวเริ่มจดเสียงตามที่ได้ยิน แยกคำชัดออกจากสิ่งที่คาดเดา และบอกทุกคนว่ารอยสะท้อนไม่ใช่ผู้ตายทั้งคน บางรอยเก็บเพียงอารมณ์ก่อนจากไป บางรอยไม่อยากพูดอีก เธอยอมให้คนโกรธเมื่อคำตอบคือไม่รู้ และยอมดับโคมเมื่อได้ยินคำปฏิเสธ ความสามารถของเธอค่อย ๆ มั่นคงขึ้นพร้อมกับสิ่งที่เธอหยุดอ้างว่าทำได้
สมาพันธ์ตราขาวต้องการใช้เธอค้นรหัสจากทหารที่เสียชีวิต พวกเขาส่งโคมโลหะซึ่งบังคับรอยสะท้อนให้วนซ้ำจนแตก เนตรดาวแอบเข้าไปในห้องทดลองและได้ยินเสียงคนร้องขอให้หยุด แม้การทำลายโคมจะทำให้ข้อมูลหาย เธอก็เปิดช่องระบายทีละดวง รอยสะท้อนหนึ่งสมัครใจนำทางออกให้ ก่อนจางไปอย่างสงบ เธอจำชื่อเขาไว้ มิใช่เพราะเขาช่วยเธอ แต่เพราะเขาเคยมีชื่อ
เธอเดินทางมายังหมู่บ้านอรุณพร้อมรายชื่อผู้ถูกใช้ในการทดลอง คืนสะพานพัง เสียงในหมอกดังจนแทบแยกไม่ออก แต่เนตรดาวไม่เรียกทุกดวงมาเป็นกองทัพ เธอถามเฉพาะรอยสะท้อนของคนเฝ้าเรือซึ่งตอบรับ ให้ชี้ตำแหน่งเสาเก่าที่ซ่อนใต้น้ำ คนเป็นจึงใช้ข้อมูลนั้นขึงเชือกและพาผู้ติดค้างออกมาได้
หลังการช่วยเหลือ เด็กหญิงคนหนึ่งขอให้เธอเรียกแม่กลับมา เนตรดาวคุกเข่าลงและบอกอย่างอ่อนโยนว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ เด็กผลักโคมของเธอล้ม เธอไม่ต่อว่า เพียงนั่งอยู่จนเด็กยอมจับมือ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าใจว่าการไม่มีคำตอบไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้ฟังถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง
ที่ร้านนาฬิกาของอรัญ เธอเสนอสมุดคนรอด ซึ่งแยกผู้กลับมา ผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วออกจากกัน ชื่อไม่ถูกขีดทิ้งเพราะผู้มีอำนาจต้องการปิดยอด ศศินนำชื่อน้องชายมาฝาก เธอรับโดยไม่รับรองว่าจะพบ แต่สัญญาว่าจะไม่แปลงความหวังให้เป็นหลักฐานเท็จ
เนตรดาวเข้าร่วมแนวร่วมอรุณเพื่อเป็นทั้งผู้สื่อสารและผู้บันทึก เธอทำโคมคืนเสียงให้เปิดจากข้างในได้ด้วย รอยสะท้อนที่ตอบรับจึงจากไปได้ทุกเวลา ก่อนออกเดินทาง ยายฝากกระจกใสแผ่นหนึ่งมาให้พร้อมคำว่าไม่ต้องส่องให้สว่างกว่าความจริง เธอติดมันไว้ข้างตะเกียง แล้วเดินเข้าสู่หมอกโดยตั้งใจฟังแม้เสียงที่ไม่ให้สิ่งใดแก่เธอเลย