ธรัณย์ วชิรบาท
Tharan Wachirabat • AR-008
บทบาท: นักสู้สายฟ้า
ถิ่นกำเนิด: ซากนครสายฟ้า
อาวุธ / เครื่องมือ: ปลอกแขนสายดิน
พลัง: กักประจุจากการเคลื่อนไหวแล้วระบายผ่านหมัดและฝ่าเท้า
ข้อจำกัด: ต้องมีทางลงดิน หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อเก็บประจุนานเกินไป
ปีเข้าร่วม: 18
ชายผู้เรียนรู้วิธีแพ้
ธรัณย์ชอบเสียงคนเรียกชื่อบนเวทีมากกว่าเสียงฝนที่ตกเหนือบ้าน เขาเป็นเด็กขนถ่านในซากนครสายฟ้า มือมีรอยดำล้างไม่ออก แต่เมื่อขึ้นชกแล้วชนะ คนดูจะลืมว่าเขามาจากย่านไหน ครูมวยสอนให้ยืนมั่น หายใจลึก และรู้ว่าเมื่อไรควรหยุด เขาจำสองข้อแรกได้ดี ส่วนข้อสุดท้ายคิดว่าเป็นคำปลอบคนแพ้
เขาชนะจนได้ปลอกแขนสะสมประจุจากผู้สนับสนุนตราขาว ทุกหมัดมีแสง ทุกชัยชนะมีเงินก้อนพาแม่ออกจากห้องเช่ารั่ว ธรัณย์เห็นผลที่จับต้องได้ จึงไม่ถามว่าเหตุใดเวทีจึงเพิ่มกำลังปล่อยประจุเกินขีดกำหนด คู่ชกคนหนึ่งยกมือขอหยุด แต่เสียงโห่จากผู้ชมดังกลบ เขาได้ยินแล้วแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน หมัดถัดไปทำให้คู่ชกล้มและไม่อาจกลับมาขึ้นเวทีอีก
ผู้จัดเขียนว่าอีกฝ่ายมีโรคเดิม ธรัณย์รับเหรียญรางวัลกลับบ้านและวางคว่ำไว้ แม่ถามเพียงว่าทำไมมือยังสั่นทั้งที่ชนะ เขาไปเยี่ยมชายคนนั้นหลายครั้งแต่ไม่กล้าเข้า จนลูกสาวของผู้บาดเจ็บพบเขาหน้าห้อง เธอไม่ขอลายเซ็น เธอขอให้ช่วยถืออ่างน้ำเพราะพ่อจับหนักไม่ได้แล้ว น้ำหนักเบาในวันนั้นกดแขนเขามากกว่าคู่ต่อสู้คนใด
ธรัณย์คืนเงินผู้สนับสนุนและยอมให้เปิดบันทึกการแข่งขัน เขาถูกห้ามขึ้นเวทีซึ่งเคยเป็นชีวิตทั้งหมด จึงกลับไปหาครูมวยที่ขอให้เขาเริ่มจากการยืนเฉย ๆ เขาทนไม่ได้ในตอนแรก ร่างกายอยากพิสูจน์ว่าตนยังมีค่า แต่ยิ่งเคลื่อนไหวเร็ว ประจุจากปลอกแขนยิ่งสะสมจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เขาต้องเรียนรู้ความพ่ายแพ้ต่อขีดจำกัดของตนก่อนจะควบคุมพลังได้
งานซ่อมสายดินตามชุมชนทำให้เขาพบว่าความแข็งแรงมีประโยชน์โดยไม่มีคนปรบมือ ธรัณย์ขุดหลุม ช่วยลากแท่งโลหะ และนั่งฟังช่างอายุน้อยกว่าสั่งแก้งาน เมื่อฟ้าผ่าหอจ่ายพลัง เขาใช้ร่างตนประคองสายที่ขาด แต่ไม่เก็บแรงทั้งหมดไว้ในหมัด รอยประสานเกิดขึ้นขณะเขาปล่อยประจุลงดินตามจังหวะเท้าที่ฝึกซ้ำ เขารอดเพราะยอมระบาย มิใช่เพราะทนได้ไม่สิ้นสุด
ปีที่สิบแปด เขารับจ้างขนแท่งสายดินไปหมู่บ้านอรุณและติดอยู่หน้าสะพาน ความโกลาหลทำให้คนที่เคยรู้จักชื่อเขาขอให้ชกฝ่าทหารเปิดทาง ธรัณย์เห็นเด็กเบียดอยู่ด้านหลังแนวโล่ ถ้าเขาปล่อยแรงเต็มที่ ประตูอาจเปิดแต่ผู้คนจะถูกอัดไปด้วย เขาจึงรับหมัดของนายทหารโดยไม่ตอบโต้ ยื้อเวลาให้นีรัชปลดโซ่จากข้างใน
เมื่อน้ำพาเศษแกนพลังจากด่านลงมา กระแสไฟกระจายไปยังราวสะพาน ธรัณย์สั่งทุกคนถอย แล้วตอกแท่งโลหะที่ขนมาลงในดิน เขาก้าวทีละจังหวะ ระบายประจุผ่านเท้าจนปลอกแขนแตกเป็นรอย คนดูไม่รู้ว่าเขากำลังต่อสู้กับอะไร มีเพียงเอรินที่เห็นอุณหภูมิร่างกายพุ่งและช่วยเปิดทางระบายให้ หลังเหตุการณ์ เขานอนหอบอยู่บนโคลน ไม่มีใครนับว่าเขาชนะ แต่ไม่มีคนถูกไฟดูดเพิ่ม
เมื่ออรัญชวนเข้าร่วม ธรัณย์บอกเรื่องคู่ชกก่อนเรื่องฝีมือ เขาขอส่งส่วนหนึ่งของค่าจ้างให้ครอบครัวนั้นต่อเนื่อง และขอให้เพื่อนช่วยสังเกตหากเขาเริ่มไล่ตามเสียงเชียร์จนลืมคนตรงหน้า มาลินตรวจหัวใจและกำหนดช่วงพักที่เขาต้องเชื่อฟัง ไม่ว่าศึกจะใกล้จบเพียงใด เขารับเงื่อนไขนั้นเหมือนรับบทเรียนที่ครูให้ไว้นานแล้ว
ปลอกแขนสายดินรุ่นใหม่ไม่มีเครื่องหมายผู้สนับสนุน มีแต่ร่องให้เสียบสายระบายและรอยขีดบอกระดับที่ต้องหยุด ธรัณย์สอนสมาชิกใหม่ให้ล้มอย่างปลอดภัยก่อนออกหมัด เด็กบางคนหัวเราะว่าการฝึกล้มไม่น่าตื่นเต้น เขาก็หัวเราะด้วย แล้วบอกว่าคนที่ลุกกลับไปกินข้าวได้ยังมีโอกาสเรียนทุกอย่างพรุ่งนี้
เช้าวันออกเดินทาง คู่ชกเก่าส่งข้อความสั้นมาว่ารับเงินแล้ว และยังไม่อยากพบ ธรัณย์พับจดหมายเก็บอย่างระมัดระวัง เขาไม่โกรธ ไม่อ้างว่าตนเปลี่ยนไปมากเพียงใด ก่อนก้าวไปกับแนวร่วม เขาวางเหรียญแชมป์ลงบนโต๊ะของครู แล้วเลือกถือชุดเครื่องมือซ่อมสายดินไปแทน ครั้งนี้เขาอยากเป็นคนที่เพื่อนยืนข้างได้อย่างปลอดภัย แม้ในวันที่หมัดของเขาไม่ชนะใครเลย