พรรณราย ใบแก้ว
Phannarai Baikaew • AR-019
บทบาท: ผู้เฝ้าสวนรากอ่อน
ถิ่นกำเนิด: สวนกล้วยชายบึง
อาวุธ / เครื่องมือ: ใบมีดใบไม้และเมล็ดพันธุ์
พลัง: ส่งสัญญาณผ่านเครือข่ายรากและเบี่ยงใบไม้เป็นม่านกำบัง
ข้อจำกัด: ต้องมีพืชมีชีวิตเชื่อมถึงกัน ใช้กับดินตายไม่ได้
ปีเข้าร่วม: 19
สิทธิ์ที่จะหยั่งราก
พรรณรายลืมตาขึ้นในสวนกล้วยชายบึงโดยไม่รู้ว่าตนมีอายุเท่าไร ความทรงจำแรกคือมือเด็กที่นำผ้าผืนเก่ามาผูกรอบลำต้นกันแพะกัด เธอเรียนภาษาจากคนสวน เรียนฤดูกาลจากราก และค่อย ๆ เข้าใจว่าผู้คนเรียกสิ่งที่อยู่กับที่ว่าทรัพย์สิน แม้สิ่งนั้นจะมีชีวิตและจำเรื่องราวได้
เธอช่วยสวนอย่างเงียบ ๆ ส่งข่าวแมลงผ่านราก ขยับใบกันฝนให้คนพัก คนสวนชรารู้ว่าเธออยู่ แต่ไม่บังคับให้ปรากฏตัว เขาเพียงวางเก้าอี้อีกตัวเมื่อกินข้าว และพูดเรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง เมื่อเขาเสียชีวิต ลูกหลานขายสวนให้โรงย้อมโดยไม่รู้ว่ามีใครอีกคนอาศัยอยู่ในโฉนดผืนนั้น
พรรณรายพยายามหยุดการตัดด้วยการทำให้ใบไม้พันเครื่องมือ คนงานบาดเจ็บและกล่าวหาว่าสวนมีอันตราย เจ้าของใหม่จึงเรียกคนมาเผาราก เธอพบว่าความโกรธที่ไม่รู้จักคนทำงานกำลังช่วยผู้ต้องการทำลายสวนให้มีข้ออ้าง คนงานคนหนึ่งแอบเตือนเธอทั้งที่แขนยังมีแผลจากใบมีดของเธอ เพราะเขาต้องการค่าจ้าง ไม่ได้ต้องการให้ใครสูญบ้าน
เธอออกจากแนวไม้มาแสดงตัวกลางวัน ขอคุยเรื่องทางเลือก เจ้าของหัวเราะถามว่าใครจะรับรองว่าต้นไม้เป็นพยานได้ พรรณรายพูดไม่เก่งพอเอาชนะห้องประชุม และถูกไล่ออกมาพร้อมกระถางเล็กที่คนงานช่วยรักษารากไว้ เธอนั่งอยู่ริมบึงทั้งคืน มองบ้านของตนจากข้างนอกเป็นครั้งแรก
ปีที่สิบเก้า หลินอวี้ตรวจพบน้ำเสียจากโรงย้อมและพบพรรณรายเฝ้ารากที่เหลือ ทั้งสองไม่ได้เริ่มจากการสัญญาว่าจะเอาสวนคืน หลินอวี้ขอข้อมูลเส้นน้ำ พรรณรายให้ผ่านรากที่ยังเชื่อมถึงกัน เมื่อถึงดินตาย เธอต้องยอมรับว่ามองต่อไม่ได้ พวกเขาจึงเดินเก็บตัวอย่างด้วยมือร่วมกับคนงานซึ่งยอมให้การ
คืนก่อนการตรวจ โรงย้อมปล่อยน้ำเสียทิ้งหลักฐาน พรรณรายสามารถถอนรากหนีได้ แต่เลือกใช้เครือข่ายใบทำม่านชะลอน้ำให้ชุมชนย้ายของ เธอสูญเสียลำต้นเก่าหลายกอและไม่อาจกู้ทั้งหมดได้ คนงานที่เคยถูกเธอทำร้ายกลับมาช่วยยกกระถาง เธอขอโทษเขาโดยไม่เรียกร้องให้ความเจ็บของตนลบความเจ็บของเขา
คดีสวนจบด้วยพื้นที่ฟื้นฟูร่วมซึ่งยังต้องดูแลอีกหลายปี พรรณรายไม่ได้รับบ้านเดิมกลับครบ แต่มีชื่อในข้อตกลงในฐานะผู้ดูแลที่มีสิทธิ์ออกเสียง เธอขอให้ที่พักคนงานอยู่ในแผนเดียวกัน เพราะเพิ่งรู้ว่าคนที่ถือขวานบางคนก็ไม่มีที่หยั่งรากเช่นเดียวกับตน
เธอร่วมแนวร่วมอรุณเป็นผู้วางเครือข่ายพืชเตือนภัยและคุ้มกันค่าย กระถางเดินทางต้องได้รับน้ำและพักจริง ๆ ไม่มีพลังใดแทนดินดีได้ พรรณรายสอนเพื่อนว่าการเด็ดใบโดยขออนุญาตยังต้องดูว่าต้นไม้รับไหวหรือไม่ สิทธิ์พูดว่าได้ไม่ได้ทำให้ทุกคำขอสมควรถูกตอบรับ
ก่อนออกจากสวน เธอวางเก้าอี้เก่าของคนสวนไว้ใต้ร่มใหม่ ไม่เก็บมันเป็นศาลหรือเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์ เพียงเป็นที่นั่งให้คนเหนื่อย พรรณรายปลูกหน่อเล็กข้างทางแล้วก้าวตามขบวนไป รากของเธอไม่ได้สั้นลงเพราะเดินทาง มันกำลังเรียนรู้ว่าจะเชื่อมกับผู้คนอย่างไรโดยไม่ต้องยอมให้ใครถือครองชีวิตทั้งหมด