ภูมินทร์ กังหัน
ภูมินทร์ กังหัน · AR-018
บทบาท: นักบินท้องนา
ดินแดน: ที่ราบนาขอบฟ้า
อาวุธ: กระด้งคู่และสากไม้
พลัง: ใช้กระแสลมพาร่างและสัมภาระเบาให้บินระยะสั้น
ข้อจำกัด: ต้องออกแรงด้วยร่างกาย กระด้งแตกหรือฝนหนักทำให้บินบ่ได้
ปีที่เข้าร่วม: 19
คนที่แบกท้องนาไปบนฟ้า
ภูมินทร์เป็นชาวนาที่ชอบประดิษฐ์ของซึ่งเพื่อนบ้านบอกว่าเกินจำเป็น เขาติดใบพัดกับเกวียน ทำรางเลื่อนให้กระสอบข้าว และพยายามใช้กระด้งเก่ารับลมจนตกกองฟางหลายครั้ง ภรรยาหัวเฮาะแต่ช่วยเย็บสายรัดให้ ส่วนลูกชายชอบถามว่ายามใด๋พ่อจะบินได้จริง
คืนฟ้าขาดทิ้งกระแสประหลาดไว้เหนือที่ราบ เครื่องมือของภูมินทร์เริ่มตอบสนองกับลมเมื่อเขาออกแรงตามจังหวะ เขาบินได้บ่สูง บ่ไกล และดูบ่สง่างาม แต่การข้ามคันนาทำให้ขนยาไปบ้านห่างได้เร็วขึ้น คนที่เคยล้อเริ่มขอให้ช่วย ก่อนข่าวลือจากคนนอกเปลี่ยนชายขี่กระด้งให้กลายเป็นภัยซึ่งต้องหลีกเลี่ยงยามค่ำ
ภูมินทร์พยายามพิสูจน์ตนด้วยการรับทุกคำขอ เขาบินทั้งที่เหนื่อย บินทั้งที่สายรัดเก่า และบ่คิดค่าจ้างย้อนกลัวถูกกล่าวหาว่าหาผลประโยชน์ วันหนึ่งเขาตกลงกลางนา กระสอบข้าวแตกและแขนหัก ลูกชายถามว่าเหตุใดการเป็นคนดีจึงทำให้พ่อบ่มีเวลานอน เขาบ่มีคำตอบที่น่าภูมิใจให้เด็ก
ภรรยาตั้งโต๊ะคุยกับชุมชน พวกเขาแบ่งงานซ่อมอุปกรณ์ จัดค่าขนส่งตามกำลัง และกำหนดวันพัก ภูมินทร์เฮียนฮู้ว่าการขอความช่วยเหลือบ่ได้ทำให้ตนมีค่าน้อยลง เขาเปลี่ยนกระด้งเป็นคู่ที่รับลมสมดุล ใช้สากไม้เป็นคานควบคุม และทดสอบพร้อมคนจับเชือกทุกครั้งแทนออกไปเสี่ยงคนเดียว
ปีที่สิบเก้า น้ำท่วมทำให้เส้นทางเกวียนขาดหลายวัน พ่อค้ากักข้าวในโกดังสูง ขณะที่บ้านปลายทุ่งบ่มีอาหาร ภูมินทร์ได้รับข้อเสนอให้ขนข้าวไปขายแพงในเมือง เขาปฏิเสธ แต่การปฏิเสธอย่างเดียวบ่ทำให้คนอิ่ม เขาจึงรวบรวมชาวบ้านเปิดบัญชีข้าวที่แต่ละครอบครัวยังมี และจัดเที่ยวขนแบ่งตามจำนวนคนก่อน
ฝนหนักทำให้บินบ่ได้ในคืนที่ยาของเด็กหมด ภูมินทร์เกือบฝืนขึ้นฟ้าย้อนทุกคนเบิ่งมาที่ตน ภรรยาจับสายรัดไว้แล้วถามว่าแผนสำรองอยู่ไหน เขาวางกระด้งลงอย่างเจ็บใจ ก่อนเอาไม้โครงมาทำทุ่นเชื่อมเรือเล็ก วารินซึ่งมากับแนวร่วมช่วยนำทางในน้ำ ทุกคนไปถึงคลินิกด้วยแรงพาย บ่แม่นเที่ยวบินอัศจรรย์
เมื่อฟ้าเปิด เขาบินนำสายเชือกไปผูกระหว่างบ้านสูงเพื่อส่งของต่อโดยบ่ต้องใช้เขาทุกครั้ง งานที่ดีของภูมินทร์เริ่มทำให้ผู้คนพึ่งเขาน้อยลง นั่นกลับทำให้เขาภูมิใจที่สุด เขาเห็นลูกชายสอนเด็กอื่นผูกเงื่อนด้วยความมั่นใจที่บ่ต้องมีพ่ออยู่ข้าง ๆ
แนวร่วมอรุณขอให้เขาช่วยงานลำเลียง เขาตกลงเป็นช่วงเวลา บ่ทิ้งไร่นาและครอบครัวโดยอ้างหน้าที่ต่อโลก ภรรยาดูแลเครือข่ายขนส่งจากที่ราบ ทั้งคู่คุยตารางกันบนกระดาษซึ่งมีคราบข้าวติดอยู่ ภูมินทร์นำเมล็ดพันธุ์ขึ้นกระเป๋าควบคู่กับอุปกรณ์ซ่อม เพื่อให้ค่ายใหม่ปลูกอาหารของตนได้
เช้าก่อนเที่ยวแรก ลูกชายถามอีกครั้งว่าพ่อบินได้จริงแล้วบ่ ภูมินทร์ชี้ไปยังสะพานเชือกและเรือที่จอดพร้อมใช้ “ได้แล้ว แต่พ่อบ่จำเป็นต้องบินทุกวัน” เขาตอบแล้วกอดเด็ก กระด้งคู่ยกตัวขึ้นช้า ๆ เหนือทุ่งที่คนกำลังช่วยกันฟื้น เขาบ่ได้แบกทั้งท้องนาไว้คนเดียวอีกแล้ว แต่บ่ว่าจะบินไปไกลเพียงใด เขาจะฮู้ว่ามีใครร่วมแบกอยู่ด้วย