เวฬิน หิวแสง
Welin Hiwsaeng • AR-021
บทบาท: ผู้รักษาเงาหิว
ถิ่นกำเนิด: หมู่บ้านปิดแสง
อาวุธ / เครื่องมือ: กรงเล็บเงา
พลัง: ดึงพลังตกค้างที่ทำให้ผู้คนอ่อนแรงออกจากพื้นที่
ข้อจำกัด: ดูดจากชีวิตโดยตรงจะทำให้เงาควบคุมตน เธอต้องเลือกรับเฉพาะพลังตกค้าง
ปีเข้าร่วม: 19
หญิงชราผู้ไม่ยอมกินความเจ็บปวด
เวฬินเคยเปิดร้านข้าวต้มยามดึก เธอจำลูกค้าจากสิ่งที่ขอเพิ่ม บางคนชอบขิง บางคนไม่กินผัก และบางคนสั่งถ้วยเดียวแล้วแบ่งกันสองคน เมื่ออายุมากขึ้น มือเริ่มสั่นแต่เธอยังหั่นต้นหอมเอง เพราะชอบรู้ว่ามีคนอิ่มก่อนกลับไปนอน
หลังเครื่องทดลองใต้หมู่บ้านปิดแสงรั่ว ผู้คนอ่อนแรงโดยไม่ทราบเหตุ เวฬินกลับรู้สึกหิวอย่างไม่เคยเป็น กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม และเงาของเธอขยับช้ากว่าร่างเล็กน้อย คืนหนึ่งเธอจับมือลูกค้าที่เป็นลมแล้วความหิวสงบลง ขณะที่ชายคนนั้นยิ่งซีด เธอปล่อยมือทันที แต่ความรู้สึกอิ่มสั้น ๆ ทำให้เธอกลัวตนเองมากกว่าคำลือของคนอื่น
เวฬินปิดร้านและขังตัวในครัว ชาวบ้านตีความการหายไปตามเรื่องที่ตนเคยได้ยิน บางคนวางอาหารให้ บางคนขว้างหินใส่หลังคา เธอได้ยินทุกอย่างแต่ไม่ออกไปเถียง เพราะไม่มั่นใจว่าตนจะควบคุมมือเมื่อเข้าใกล้คนอ่อนแรงได้หรือไม่ ความโดดเดี่ยวทำให้เงาเข้มขึ้นจนแทบกลืนเสียงของเธอ
เด็กส่งถั่วชื่อปุยเริ่มวางวัตถุดิบที่ประตูตามสัญญาส่งของเก่า เวฬินบอกให้ไป แต่เด็กขอค่าถั่วที่ค้างอยู่ด้วยน้ำเสียงปกติ ความธรรมดานั้นดึงเธอกลับมา เธอจดบันทึกความหิวและพบว่ามันลดลงเมื่ออยู่ใกล้เศษแสงใต้พื้นครัว ไม่จำเป็นต้องแตะคนเสมอไป
ปีที่สิบเก้า มาลินกับเอรินเข้าตรวจหมู่บ้าน ทั้งสามทดลองอย่างระมัดระวัง พบว่าเวฬินดึงพลังตกค้างจากเครื่องรั่วได้ แต่ถ้าดูดจากชีวิตโดยตรง เงาจะเริ่มออกคำสั่งแทนเธอ เวฬินตั้งคำหยุดร่วมกับทีม ให้ถอนตัวทันทีเมื่อเธอจำชื่อลูกค้าในร้านไม่ได้ ไม่ใช้ความตั้งใจดีแทนมาตรการที่ตรวจสอบได้
เครื่องใต้ดินปะทุในคืนฝนหนัก เธอสามารถปล่อยให้มันพังแล้วหนีไปได้ เพราะชุมชนเคยทำร้ายเธอ แต่ปุยกับคนแก่หลายคนติดอยู่ใกล้ช่องระบาย เวฬินลงไปพร้อมทีม ไม่ใช่คนเดียว เธอดึงพลังตกค้างทีละช่วง ขณะที่เอรินจัดทางระบายและมาลินเฝ้าชีพจร พอเงาเริ่มร้องเรียกให้กินต่อ เธอเป็นคนพูดคำหยุดเอง
พวกเขาใช้เครื่องมือปิดส่วนที่เหลือแทนฝืนร่างของเธอจนหมด หมู่บ้านรอดโดยไม่มีใครต้องกลายเป็นเชื้อเพลิง เวฬินกลับมาที่ร้าน เห็นคนช่วยกันเก็บหินจากหลังคา เธอรับความช่วยเหลือแต่ขอให้คนที่กล่าวหาออกมาพูดความจริงด้วย การซ่อมกระเบื้องไม่พอหากข่าวลือยังทำร้ายคนต่อ
เธอร่วมแนวร่วมอรุณในฐานะผู้จัดการพลังตกค้างและคนครัวภาคสนาม ยืนยันว่าไม่ต้องเรียกเธอด้วยตำแหน่งน่าเกรงขาม แค่ยายเวฬินก็พอ เธอพกกรงเล็บเงาไว้ใช้งานกับเศษพลัง และพกช้อนของร้านไว้เตือนว่ามือเดียวกันยังทำสิ่งอ่อนโยนได้
ในคืนแรกของค่าย เธอตักข้าวต้มให้คนที่เพิ่งผ่านการต่อสู้ แต่หยุดพักเมื่อมือสั่น ไม่มีใครบอกว่าผู้เสียสละต้องทำจนหมดแรง ปุยซึ่งมาช่วยส่งเสบียงรับทัพพีต่อ เวฬินนั่งกินถ้วยของตนช้า ๆ ความหิวยังไม่หายทั้งหมด ทว่าเธอไม่ได้อยู่กับมันเพียงลำพัง และไม่จำเป็นต้องทำให้ใครเจ็บเพื่อพิสูจน์ว่าตนยังมีชีวิต