ยายวารินกา
Granny Varinka • AR-060
บทบาท: ผู้เปิดบ้านให้คนหลง
ถิ่นกำเนิด: ป่าเคลื่อนเงานอกแผนที่
อาวุธ / เครื่องมือ: ครกบิน สากไม้ และไม้กวาด
พลัง: รู้ทางลัดระหว่างรากเก่าและผสมยาจากความรู้ที่สะสม
ข้อจำกัด: ทางลัดมีฤดูกาล ยาไม่รักษาได้ทุกโรคและทุกอย่างต้องชำระด้วยแรงงานจริง
ปีเข้าร่วม: 20
บ้านที่ไม่ถามว่าเด็กมาจากไหน
ยายวารินกาจำไม่ได้ว่าเริ่มถูกเล่าเป็นเรื่องขู่เด็กตั้งแต่เมื่อไร บ้านของนางเดินย้ายผ่านรากเก่าตามฤดู ครกบินช่วยขนของ สากไม้ตำยา และไม้กวาดลบรอยทางที่ไม่อยากให้ผู้ล่าตามมา เมื่อคนเห็นเพียงบ้านแปลกกับหญิงชราหน้าดุ ก็เติมส่วนที่เหลือให้เป็นเรื่องซึ่งตนเล่าต่อได้ง่าย
นางเคยโกรธจนจงใจทำตัวให้สมข่าวลือ ตั้งคำถามยากกับผู้มาขอความช่วยเหลือ เรียกค่าแรงสูง และไล่คนที่ตอบไม่ถูก คืนหนึ่งเด็กสองคนมาถึงหลังหนีจากขบวนแรงงาน ยายถามปริศนาตามเคย เด็กคนเล็กตอบไม่ได้เพราะหิวจนสั่น และคนโตยอมเสนอทำงานแทนน้องทั้งชีวิต
คำตอบนั้นทำให้ยายเห็นว่าประตูบ้านตนกำลังคล้ายประตูที่เด็กหนีมา นางต้มข้าวก่อนถามเรื่องอื่น ให้ทั้งสองนอน แล้วค่อยอธิบายว่าการอยู่ช่วยงานไม่ใช่การยกชีวิตให้ใคร ยายยังคิดค่าแรงสำหรับของและยา เพราะทุกอย่างต้องใช้ทรัพยากร แต่แยกความจำเป็นฉุกเฉินออกจากการค้าขายอย่างชัดเจน
บ้านเคลื่อนเงาค่อย ๆ กลายเป็นที่พักของคนหลงทาง ยายไม่ได้กลายเป็นคนพูดหวาน นางยังบ่นเรื่องถ้วยไม่ล้างและรองเท้าเปื้อน แต่เริ่มถามชื่อกับสิ่งที่ผู้มาเยือนต้องการ แทนใช้ปริศนาตัดสินว่าคนใดคู่ควรได้รับความช่วยเหลือ
ความรู้ยาของนางกว้างขวางแต่มีขอบเขต ครั้งหนึ่งยาช่วยอาการเด็กไม่ได้ ยายยอมส่งต่อไปคลินิกแทนทดลองต่อเพราะกลัวเสียชื่อ เด็กหายจากวิธีที่คนอื่นถนัด นางจดผลไว้ในตำราโดยไม่ขูดชื่อยาที่ตนเลือกผิดออก ความรู้หลายร้อยปีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อยังยอมเรียนจากวันใหม่
ปีที่ยี่สิบ ผู้ตามล่าผู้ลี้ภัยบุกป่าในช่วงเส้นทางรากกำลังเปลี่ยน บ้านไม่อาจเดินผ่านทุกช่องได้ตามใจ ยายต้องเลือกว่าจะเก็บสมุนไพรหายากเต็มห้องไว้ หรือเพิ่มพื้นที่ให้คนหนี นางขนของจำเป็นลงครกและเปิดห้องเก็บแก่ผู้เดินทาง พร้อมบอกว่าเส้นทางอาจติดและทุกคนต้องช่วยกันตามความสามารถ
โคฮารินำทางช่วงที่แสงเปลี่ยน อัมพราตรวจราก และคชินทร์เสริมพื้นบ้านเมื่อรับน้ำหนักมากขึ้น ยายวารินกาไม่อ้างว่ารู้ป่าดีจึงไม่ต้องฟังใคร บ้านเคลื่อนออกจากวงล้อมช้า ๆ ขณะที่คนข้างในผลัดกันจับคาน พวกเขารอดเพราะพื้นที่ซึ่งเคยเก็บความลับของคนเดียวเปิดรับความรู้ของหลายชีวิต
ยายร่วมแนวร่วมอรุณในฐานะผู้ดูแลที่พักเคลื่อนที่และคลังยา บ้านจะหยุดรับคนเมื่อเกินกำลังแล้วจัดที่พักอื่น ไม่ขายภาพว่าประตูเดียวรับโลกได้ทั้งหมด นางทำบัญชีแรงงานและเสบียงให้ทุกคนตรวจ ส่วนเด็กที่เคยมาถึงสองคนเลือกกลับไปเรียนในชุมชนโดยไม่มีหนี้ชีวิตผูกไว้
คืนก่อนเดินทางพร้อมแนวร่วม ยายตั้งโต๊ะยาวหน้าบ้าน สมาชิกผลัดกันนำอาหารจากถิ่นตนมาวาง คนบางคนต้องใช้ชามใหญ่ บางคนต้องเว้นระยะ บางคนพูดผ่านกระดาน นางเดินบ่นให้ทุกคนขยับจนมีที่ครบ แล้ววางชามสุดท้ายให้ตนเอง เมื่อเด็กถามว่าต้องตอบอะไรจึงได้เข้าบ้าน ยายเคาะสากกับพื้นเบา ๆ “คืนนี้ตอบแค่ว่ากินข้าวหรือยัง” บ้านซึ่งครั้งหนึ่งเคลื่อนหนีผู้คนจึงเริ่มเดินไปหาพวกเขา และโต๊ะนั้นกลายเป็นภาพแรกของโลกที่นักสู้ทั้งหกสิบอยากรักษาไว้