หลงเซวียน
Longxuan • AR-037
บทบาท: ราชาฝนสมุทร
ถิ่นกำเนิด: ราชสำนักบาดาลปะการัง
อาวุธ / เครื่องมือ: กรงเล็บราชันและตราฝน
พลัง: นำเมฆตามกระแสทะเลและบังคับน้ำในระยะที่สัมผัสพลังได้
ข้อจำกัด: ไม่อาจเรียกพายุโดยไม่กระทบชายฝั่งอื่น ต้องรับผิดชอบผลต่อทั้งลุ่มน้ำ
ปีเข้าร่วม: 20
ฝนเหนือบ้านของศัตรู
หลงเซวียนเติบโตในราชสำนักบาดาลปะการัง ซึ่งสอนว่าทะเลกว้างเกินมนุษย์จะเข้าใจ เขาเป็นผู้สืบทอดตราฝน รับผิดชอบกระแสน้ำและความปลอดภัยของแหล่งเกิดชีวิตใต้คลื่น เมื่อเรือผิวน้ำทำลายแนวปะการัง เขาเห็นร่างเล็กไร้ทางหนีและเริ่มเชื่อว่าความเมตตาต่อมนุษย์คือความโหดร้ายต่อบ้านตน
เขาสร้างพายุขับเรือออกจากเขตด้วยความแม่นยำ แต่กระแสคลื่นไม่หยุดที่เส้นซึ่งวาดบนแผนที่ หมู่บ้านประมงห่างออกไปพังเสียหาย เรือที่ทำลายปะการังจริงกลับหลบในอ่าวกำบัง หลงเซวียนรับรายงานว่าปฏิบัติการสำเร็จ ก่อนพบเครื่องรางของเด็กติดมากับเศษไม้ในสวนบาดาล
เขาขึ้นไปดูชายฝั่งเอง ชาวบ้านไม่ได้รู้จักชื่อบริษัทที่ตัดปะการังด้วยซ้ำ พวกเขาเป็นคนรับผลจากการลงโทษที่เขาเรียกว่ายุติธรรม หลงเซวียนพบเด็กกำลังช่วยพ่อเก็บกระเบื้องและไม่กล้าบอกว่าใครส่งพายุมา เขาช่วยทั้งวันในร่างที่ไม่แสดงฐานันดร แล้วกลับบาดาลพร้อมความเงียบที่หนักกว่าตราฝน
สภาบาดาลเสนอให้รักษาเกียรติด้วยการไม่พูดถึงผู้เสียหาย เขาปฏิเสธและประกาศบทบาทของตนต่อชุมชนชายฝั่ง ความโกรธที่ได้รับทำให้เขาอยากถอยกลับทะเล แต่เลือกอยู่ฟังจนจบ หลงเซวียนตกลงชดใช้และร่วมตรวจเส้นทางเรือ โดยให้ชาวบ้านซึ่งได้รับผลมีสิทธิ์หยุดแผนพายุของเขา
ปีที่ยี่สิบ น้ำมันจากเรือขนแกนรั่วเข้าสู่แนวปะการัง เขาอยากใช้คลื่นใหญ่พัดทิ้ง แต่ธารเคศชี้ว่ามันจะไหลเข้าบ่อของหมู่บ้านอีกแห่ง วชิรเมฆนำแผนฝนมาเทียบ ทั้งสามต้องยอมแบ่งอำนาจที่เคยถนัดควบคุมลำพัง ใช้ลม น้ำ และแนวกักทีละส่วนแทนประกาศชัยชนะด้วยพายุเดียว
ระหว่างงาน เรือของบริษัทเดิมติดกลางคราบน้ำมัน ลูกเรือร้องขอความช่วยเหลือ หลงเซวียนจำตราศัตรูได้และชะงัก ก่อนเห็นว่าคนบนดาดฟ้าก็ถูกทิ้งให้รับอันตรายแทนเจ้าของ เขาส่งฝนเหนือเรือนั้นเพื่อดับไฟ แล้วใช้กรงเล็บลากเข้าสู่แนวกู้ภัย การช่วยลูกเรือไม่ทำให้คดีของบริษัทหายไป ทั้งสองเรื่องต้องเกิดพร้อมกันได้
การฟื้นปะการังต้องใช้เวลานาน หลงเซวียนวางระบบติดตามร่วมกับชุมชนและยอมให้ตรวจคำสั่งตราฝนย้อนหลัง เขาไม่ได้สละความรักต่อบาดาล แต่ขยายความรับผิดให้ถึงฝั่งซึ่งพลังของตนแตะอยู่แล้ว แม้ราชสำนักบางส่วนมองว่าเป็นการลดศักดิ์ศรี
เขาร่วมแนวร่วมอรุณเป็นผู้คุ้มกันลุ่มน้ำและทะเล โดยทุกภารกิจต้องประเมินผลต่อชายฝั่งอื่น หลงเซวียนยังคงมีความหยิ่งและไม่ถนัดขอโทษซ้ำ แต่ฝึกทำงานที่ผู้เสียหายเป็นคนตรวจผล ไม่ใช่งานที่เพียงทำให้ตนรู้สึกดีขึ้น
ก่อนเดินทาง เด็กที่เขาเคยช่วยเก็บกระเบื้องมอบชิ้นหนึ่งให้เขียนชื่อเรือที่ช่วยไว้ หลงเซวียนเพิ่มชื่อหมู่บ้านที่พายุตนทำลายลงอีกด้าน เขาพกทั้งสองหน้าไปด้วย เพราะเรื่องของผู้พิทักษ์ไม่ควรมีแต่วันที่ช่วยสำเร็จ และฝนเหนือบ้านของศัตรูก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของทะเลที่ไม่มีใครต้องอยู่ด้วยความกลัวตลอดไป