ARUN RPG

AR-016 · 16 / 60

รินปักษา

Rinpaksa

รินปักษา

รินปักษา · AR-016

บทบาท: ผู้ร่ายเพลงปีก

ดินแดน: สวนระฆังแห่งป่าหยก

อาวุธ: ปีกและกำไลกังวาน

พลัง: จัดจังหวะลมหายใจของผู้สมัครใจฟังเพื่อพยุงสมาธิและการเคลื่อนไหว

ข้อจำกัด: ควบคุมใจบ่ได้ เสียงที่ถูกบังคับร้องทำให้พลังเสียจังหวะ

ปีที่เข้าร่วม: 19

บทเพลงที่บ่ขออนุญาตบิน

รินปักษาจำเสียงกำไลของแม่ได้ดีกว่าเพลงกล่อม แม่เป็นผู้ดูแลสวนระฆังซึ่งแขวนเสียงของแต่ละฤดูไว้ตามกิ่งไม้ เด็กหญิงเรียนรำจากการดูนกหลบฝน เรียนร้องจากการฟังคนงานพักเหนื่อย ก่อนถูกเลือกให้เข้าโรงละครของผู้ครองป่าหยกย้อนปีกงามและเสียงที่ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงได้

ชีวิตในโรงละครดูหรูหราจากภายนอก เสื้อผ้าสวย อาหารดี และบ่มีใครต้องออกหาเงินเอง แต่ประตูเปิดเฉพาะเวลาที่กำหนด ผู้แสดงต้องยิ้มแม้ได้รับข่าวร้าย และเพลงทุกเพลงต้องจบด้วยคำชมเจ้าของโรง รินปักษาค่อย ๆ ร้องเก่งขึ้นพร้อมกับเว้าสิ่งที่คิดได้น้อยลง

เธอมีเพื่อนชื่ออิง ผู้ชอบแต่งเพลงที่บ่มีตอนจบ ครั้งหนึ่งอิงขอหยุดแสดงไปดูพ่อป่วยแล้วถูกตัดสิทธิ์ขึ้นเวที รินปักษาบ่คัดค้านย้อนกลัวเสียตำแหน่ง เธอร้องแทนเพื่อนในคืนนั้น ได้รับเสียงปรบมือยาวที่สุด แต่หลังม่านพบว่าอิงออกจากโรงไปแล้วพร้อมหนี้ค่าฝึกที่เรียกเกะบย้อนหลัง

รินปักษาเริ่มร้องบ่ออกในบางท่อน หัวหน้าวงบอกให้คึดฮอดคนดู เธอกลับคึดฮอดคนที่บ่ได้รับอนุญาตให้ยืนอยู่ตรงนั้น จึงแต่งเพลงสั้นจากจังหวะเดินของคนงานโดยบ่ใส่คำสรรเสริญ ระหว่างซ้อม เธอพบว่าเมื่อผู้ฟังสมัครใจร่วมจังหวะ ลมหายใจของทุกคนประสานกันจนยกฉากหนักได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อถูกสั่งให้ร้อง เสียงจะสะดุดจนพลังหาย

วันพิธีสำคัญ เจ้าของโรงสั่งให้ใช้พลังทำให้ผู้ประท้วงเงียบ รินปักษาฮู้ว่าตนควบคุมใจใครบ่ได้ และบ่ยอมแสร้งว่าทำได้ เธอหยุดกลางเพลง บอกต่อหน้าคนดูว่าคนงานยังบ่ได้ค่าจ้าง ความเงียบครั้งนั้นบ่ได้เกิดจากมนตร์ มันเกิดจากทุกคนเพิ่งได้ยินประโยคที่โรงละครห้ามเว้า

เธอถูกขังในห้องเครื่องแต่งกาย ปีกบ่อาจพาร่างผ่านช่องเล็กได้ รินปักษาเคาะกำไลเป็นจังหวะที่อิงเคยแต่ง คนงานด้านนอกจำได้และตอบกลับทีละจุด พวกเขาช่วยกันถอดบานพับโดยบ่ต้องมีวีรบุรุษบินทะลุหลังคา เมื่อประตูเปิด อิงยืนอยู่กับวารินซึ่งรับงานพาคนออกจากเขตปิด

ในการอพยพปีที่สิบเก้า รินปักษาใช้เพลงกำกับจังหวะเดินผ่านสะพานเปราะ เธอขอให้ทุกคนเลือกตามเสียงหรือจังหวะเคาะที่สะดวก บ่บังคับคนที่บ่อยากร้อง ผู้บาดเจ็บจึงข้ามได้โดยแรงบ่ลงสะพานพร้อมกัน เธอค้นพบว่าความงามสามารถทำงานหนักได้โดยบ่ต้องลดคุณค่าของมันเป็นเพียงเครื่องมือ

รินปักษาเข้าร่วมแนวร่วมอรุณพร้อมข้อตกลงค่าจ้างและวันพักที่ชัดเจน เธอช่วยจัดจังหวะหน่วยกู้ภัย ดูแลสัญญาณเสียง และเปิดพื้นที่แสดงให้คนในค่ายเล่าเรื่องของตน อิงเลือกอยู่ตั้งโรงละครร่วมของคนงาน ทั้งสองยังส่งเพลงที่แต่งบ่จบให้กัน โดยบ่มีใครเป็นเจ้าของเสียงของอีกฝ่าย

ก่อนเดินทาง รินปักษากลับไปสวนระฆัง เธอถอดกำไลวงหนึ่งแขวนไว้ข้างระฆังของแม่ อีกวงติดข้อมือไปด้วย เมื่อเริ่มร้องเพลงใหม่ เธอบ่ได้รีบทำให้ทุกคนเงียบ เธอเว้นช่องให้เสียงรองเท้า เสียงหัวเฮาะ และเสียงคนบ่เห็นด้วยอยู่ร่วมกัน บทเพลงแรกของชีวิตอิสระจึงบ่ได้มีเสียงของเธอเพียงคนเดียว