รินปักษา
Rinpaksa • AR-016
บทบาท: ผู้ร่ายเพลงปีก
ถิ่นกำเนิด: สวนระฆังแห่งป่าหยก
อาวุธ / เครื่องมือ: ปีกและกำไลกังวาน
พลัง: จัดจังหวะลมหายใจของผู้สมัครใจฟังเพื่อพยุงสมาธิและการเคลื่อนไหว
ข้อจำกัด: ควบคุมใจไม่ได้ เสียงที่ถูกบังคับร้องทำให้พลังเสียจังหวะ
ปีเข้าร่วม: 19
บทเพลงที่ไม่ขออนุญาตบิน
รินปักษาจำเสียงกำไลของแม่ได้ดีกว่าเพลงกล่อม แม่เป็นผู้ดูแลสวนระฆังซึ่งแขวนเสียงของแต่ละฤดูไว้ตามกิ่งไม้ เด็กหญิงเรียนรำจากการดูนกหลบฝน เรียนร้องจากการฟังคนงานพักเหนื่อย ก่อนถูกเลือกให้เข้าโรงละครของผู้ครองป่าหยกเพราะปีกงามและเสียงที่ทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงได้
ชีวิตในโรงละครดูหรูหราจากภายนอก เสื้อผ้าสวย อาหารดี และไม่มีใครต้องออกหาเงินเอง แต่ประตูเปิดเฉพาะเวลาที่กำหนด ผู้แสดงต้องยิ้มแม้ได้รับข่าวร้าย และเพลงทุกเพลงต้องจบด้วยคำชมเจ้าของโรง รินปักษาค่อย ๆ ร้องเก่งขึ้นพร้อมกับพูดสิ่งที่คิดได้น้อยลง
เธอมีเพื่อนชื่ออิง ผู้ชอบแต่งเพลงที่ไม่มีตอนจบ ครั้งหนึ่งอิงขอหยุดแสดงไปดูพ่อป่วยแล้วถูกตัดสิทธิ์ขึ้นเวที รินปักษาไม่คัดค้านเพราะกลัวเสียตำแหน่ง เธอร้องแทนเพื่อนในคืนนั้น ได้รับเสียงปรบมือยาวที่สุด แต่หลังม่านพบว่าอิงออกจากโรงไปแล้วพร้อมหนี้ค่าฝึกที่เรียกเก็บย้อนหลัง
รินปักษาเริ่มร้องไม่ออกในบางท่อน หัวหน้าวงบอกให้คิดถึงคนดู เธอกลับคิดถึงคนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ยืนอยู่ตรงนั้น จึงแต่งเพลงสั้นจากจังหวะเดินของคนงานโดยไม่ใส่คำสรรเสริญ ระหว่างซ้อม เธอพบว่าเมื่อผู้ฟังสมัครใจร่วมจังหวะ ลมหายใจของทุกคนประสานกันจนยกฉากหนักได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อถูกสั่งให้ร้อง เสียงจะสะดุดจนพลังหาย
วันพิธีสำคัญ เจ้าของโรงสั่งให้ใช้พลังทำให้ผู้ประท้วงเงียบ รินปักษารู้ว่าตนควบคุมใจใครไม่ได้ และไม่ยอมแสร้งว่าทำได้ เธอหยุดกลางเพลง บอกต่อหน้าคนดูว่าคนงานยังไม่ได้ค่าจ้าง ความเงียบครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากมนตร์ มันเกิดจากทุกคนเพิ่งได้ยินประโยคที่โรงละครห้ามพูด
เธอถูกขังในห้องเครื่องแต่งกาย ปีกไม่อาจพาร่างผ่านช่องเล็กได้ รินปักษาเคาะกำไลเป็นจังหวะที่อิงเคยแต่ง คนงานด้านนอกจำได้และตอบกลับทีละจุด พวกเขาช่วยกันถอดบานพับโดยไม่ต้องมีวีรบุรุษบินทะลุหลังคา เมื่อประตูเปิด อิงยืนอยู่กับวารินซึ่งรับงานพาคนออกจากเขตปิด
ในการอพยพปีที่สิบเก้า รินปักษาใช้เพลงกำกับจังหวะเดินผ่านสะพานเปราะ เธอขอให้ทุกคนเลือกตามเสียงหรือจังหวะเคาะที่สะดวก ไม่บังคับคนที่ไม่อยากร้อง ผู้บาดเจ็บจึงข้ามได้โดยแรงไม่ลงสะพานพร้อมกัน เธอค้นพบว่าความงามสามารถทำงานหนักได้โดยไม่ต้องลดคุณค่าของมันเป็นเพียงเครื่องมือ
รินปักษาเข้าร่วมแนวร่วมอรุณพร้อมข้อตกลงค่าจ้างและวันพักที่ชัดเจน เธอช่วยจัดจังหวะหน่วยกู้ภัย ดูแลสัญญาณเสียง และเปิดพื้นที่แสดงให้คนในค่ายเล่าเรื่องของตน อิงเลือกอยู่ตั้งโรงละครร่วมของคนงาน ทั้งสองยังส่งเพลงที่แต่งไม่จบให้กัน โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของเสียงของอีกฝ่าย
ก่อนเดินทาง รินปักษากลับไปสวนระฆัง เธอถอดกำไลวงหนึ่งแขวนไว้ข้างระฆังของแม่ อีกวงติดข้อมือไปด้วย เมื่อเริ่มร้องเพลงใหม่ เธอไม่ได้รีบทำให้ทุกคนเงียบ เธอเว้นช่องให้เสียงรองเท้า เสียงหัวเราะ และเสียงคนไม่เห็นด้วยอยู่ร่วมกัน บทเพลงแรกของชีวิตอิสระจึงไม่ได้มีเสียงของเธอเพียงคนเดียว