ARUN RPG

AR-034 · 34 / 60

จ้าวเหวิน

Zhaowen

จ้าวเหวิน

Zhaowen • AR-034

บทบาท: ผู้ตรวจชื่อสูญ

ถิ่นกำเนิด: หอทะเบียนเมืองผี

อาวุธ / เครื่องมือ: กระบี่ส่องตรา

พลัง: ตัดตราผนึกที่มีเงื่อนไขไม่ตรงกับคำสัตย์เดิม

ข้อจำกัด: ต้องค้นเงื่อนไขและพยานให้ครบ คมกระบี่ไม่ช่วยคนที่ไม่ยอมฟังข้อเท็จจริง

ปีเข้าร่วม: 20

คำให้การของคนที่ถูกลบ

จ้าวเหวินรักตัวอักษรเพราะมันทำให้คนที่จากไปยังพูดกับคนรุ่นหลังได้ เขาเริ่มงานในหอทะเบียนเมืองชายขอบด้วยความตั้งใจธรรมดา คือเขียนชื่อผู้มาติดต่อให้ถูก ไม่ปล่อยให้เสียงสำเนียงหรือเสื้อผ้าเก่าทำให้ใครเสียเวลาทั้งวันเพียงเพื่อพิสูจน์ว่าตนมีอยู่จริง

เมื่อเมืองถูกจัดเป็นเขตปิดหลังรอยแยก ผู้มีอำนาจสั่งย้ายรายชื่อบางส่วนออกจากทะเบียนกลาง จ้าวเหวินค้านก่อนยอมลงมือเพราะคำสั่งระบุว่าเป็นการย้ายชั่วคราว เขาเก็บสำเนาไว้ส่วนตัว คิดว่านั่นเพียงพอจะรักษาความถูกต้องโดยไม่เสียตำแหน่งซึ่งเลี้ยงครอบครัว

หญิงคนหนึ่งกลับมาทุกเดือนเพื่อขอสิทธิ์รับยาของสามี ระบบตอบว่าไม่พบชื่อ จ้าวเหวินแอบให้เงิน แต่ไม่กล้าคืนบันทึก เมื่อสามีเธอเสียชีวิต เธอขอเอกสารยืนยันเพื่อจัดการบ้าน ระบบกลับตอบว่าไม่อาจบันทึกการตายของคนที่ไม่มีอยู่ จ้าวเหวินมองสำเนาที่ซ่อนไว้แล้วรู้ว่าความจริงซึ่งไม่เคยออกจากลิ้นชักไม่ได้ช่วยเธอเลย

เขาเปิดหอเอกสารให้ชุมชนอ่านและถูกขังในห้องเก็บตรา ที่นั่นมีผนึกคำสัตย์เก่าซึ่งกำหนดให้ผู้ดูแลเก็บชื่ออย่างตรงไปตรงมา การใช้อำนาจปัจจุบันขัดกับเงื่อนไขนั้น จ้าวเหวินนำกระบี่พิธีประจำหอมาตรวจรอยตราทีละชั้น ไม่ได้ฟันด้วยความเชื่อว่าตนถูกเสมอ แต่รวบรวมพยานจนคมกระบี่ตอบสนองต่อข้อขัดแย้งที่พิสูจน์ได้

เขาตัดผนึกออกได้เพียงส่วนที่เงื่อนไขผิด ส่วนอื่นยังแข็งแรง จ้าวเหวินต้องหาทางออกด้วยกุญแจและความช่วยเหลือของผู้คุมที่ยอมฟังเหตุผล พลังใหม่ไม่ได้แทนงานค้นหลักฐาน แต่มันทำให้งานที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงเอกสารมีผลต่อประตูจริงตรงหน้า

ปีที่ยี่สิบ เยี่ยนเจินกับเนตรดาวมาถึงพร้อมบัญชีผู้สูญหาย จ้าวเหวินพบชื่อเดียวกันในสำเนาที่ตนซ่อน เขาเปิดเผยทั้งข้อมูลและบทบาทที่เคยทำให้คนถูกลบ ไม่อ้างว่าการเก็บสำเนาทำให้ตนพ้นผิด การคืนชื่อใช้คำให้การจากเพื่อนบ้าน สมุดหนี้ ภาพวาด และสิ่งเล็กน้อยที่ชีวิตทิ้งไว้ ไม่ได้ขึ้นกับตราราชการเพียงอย่างเดียว

เมื่อเจ้าหน้าที่เผาหอเพื่อทำลายหลักฐาน จ้าวเหวินเลือกช่วยคนคัดเอกสารออกก่อนแฟ้มต้นฉบับ เขาเสียหน้ากระดาษหลายร้อยแผ่น แต่ชุมชนซึ่งเคยถูกเรียกว่าผู้ไร้ทะเบียนยืนเรียงกันบอกชื่อที่จำได้ จ้าวเหวินเขียนตามเสียงจนรุ่งเช้า เข้าใจว่าคนมีอยู่ก่อนกระดาษ และกระดาษควรรับใช้พวกเขา

เขาร่วมแนวร่วมอรุณเพื่อปลดตราที่ผูกคนไว้กับคำสั่งไม่ชอบธรรม ตั้งระบบสำเนาหลายแห่งและให้เจ้าของข้อมูลตรวจแก้ชื่อของตนได้ กระบี่ส่องตราอยู่ข้างพู่กันเสมอ หากยังไม่รู้เงื่อนไข เขาจะค้นต่อแทนฟันก่อนแล้วหวังว่าความกล้าจะทำให้ผลถูกต้อง

ก่อนเดินทาง หญิงที่เคยขอเอกสารสามีมารับสำเนาฉบับแก้ เธออ่านช้า ๆ และบอกว่าชื่อกลางสะกดผิด จ้าวเหวินขอโทษแล้วแก้ทันที ความยุติธรรมในวันนั้นไม่ได้มีเสียงกลอง มีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งได้รับสิทธิ์บอกว่าเรื่องของครอบครัวตนควรถูกเขียนอย่างไร และคนถือพู่กันยอมฟังโดยไม่ทำให้เธอต้องกลับมาอีกเดือน