ARUN RPG

AR-015 · 15 / 60

สุริยปักษ์

Suriyapak

สุริยปักษ์

Suriyapak • AR-015

บทบาท: นักรบปีกสุริยะ

ถิ่นกำเนิด: หน้าผาระหว่างเกาะลอย

อาวุธ / เครื่องมือ: กรงเล็บและปีกทอง

พลัง: ควบคุมกระแสยกตัวและตัดแรงลมด้วยแนวปีก

ข้อจำกัด: บินในอุโมงค์แคบไม่ได้ ปีกที่เสียขนต้องพักฟื้นจริง

ปีเข้าร่วม: 19

ฟ้าที่ไม่ใช่กรรมสิทธิ์

บนหน้าผาเกาะลอย สุริยปักษ์เรียนว่าความสูงคือความปลอดภัย ผู้ใหญ่ชี้ลงไปยังเงามืดของพื้นโลกแล้วเล่าเรื่องภัยที่บินขึ้นมาไม่ได้ เขาเติบโตเป็นนักรบปีกทอง ผู้ลาดตระเวนเหนือเขตแดนและเชื่อว่าฟ้าที่ตนปกป้องเป็นมรดกของเผ่า

เขาเคยไล่เรือเหาะของพ่อค้าลงจากช่องลมเพราะไม่มีตรา เมื่อเรือตก เขารายงานเพียงว่าขับผู้บุกรุกสำเร็จ หลายเดือนต่อมา เด็กบนเกาะนำกล่องดนตรีจากซากเรือมาให้ซ่อม ด้านในมีชื่อผู้รับเป็นเด็กอายุเท่ากัน สุริยปักษ์เริ่มคิดถึงคนบนเรือในฐานะคนมีปลายทาง ไม่ใช่จุดดำที่ละเมิดเส้นแบ่งบนแผนที่

เมื่อรอยแยกเปลี่ยนกระแสลม เกาะลอยเริ่มเสียสมดุล สภาปีกสั่งปิดช่องลมทุกสายให้ชุมชนตนอยู่รอด สุริยปักษ์ทำตามก่อนพบว่าพื้นดินด้านล่างไม่มีฝนและใบพัดสูบน้ำหยุดหมุน เขายื่นรายงาน แต่ได้รับคำตอบว่าปัญหาคนที่บินไม่ได้ไม่ใช่หน้าที่ของผู้พิทักษ์ฟ้า

เขาลงไปตรวจเองและถูกชาวบ้านขว้างก้อนหิน เพราะจำปีกที่ไล่เรือได้ สุริยปักษ์เกือบตอบโต้ด้วยลม ก่อนเห็นหญิงคนหนึ่งถือกล่องดนตรีแบบเดียวกัน เธอไม่ต้องการคำอธิบายเรื่องกฎ เธอต้องการรู้ว่าพี่ชายบนเรือมีโอกาสลงจอดที่อื่นหรือไม่ เขาไม่รู้ เพราะวันนั้นไม่เคยมองตามหลังขับไล่สำเร็จ

สุริยปักษ์ค้นซากเรือจนพบผู้รอดชีวิตสองคนอยู่ในเหมืองร้าง ขนปีกฉีกระหว่างลอดช่องแคบ เขาเอื้อมถึงพวกเขาแต่บินพาออกมาไม่ได้ จึงต้องอยู่รอความช่วยเหลือในที่ซึ่งตนเคยดูถูกว่าเป็นโลกของผู้ไร้ปีก ความมืดทำให้ฟังเสียงคนได้ชัดขึ้น ชายคนหนึ่งเล่าเรื่องลูกสาวโดยไม่รู้ว่าผู้ฟังคือคนที่ทำให้เรือตก

ธารเคศกับหน่วยแนวร่วมซึ่งสำรวจน้ำใต้ดินพบพวกเขา สุริยปักษ์สารภาพต่อผู้รอดชีวิตก่อนออกจากเหมือง ทั้งสองไม่ให้อภัย แต่ยอมให้เขาแบกเครื่องมือและกลับไปให้การ เขาต้องพักขนปีกหลายสัปดาห์ ระหว่างนั้นทำงานพื้นดิน เรียนรู้ว่าการไปถึงจุดหมายช้าไม่ได้ทำให้ชีวิตของผู้เดินมีค่าน้อยกว่า

ปีที่สิบเก้า เกาะลอยเผชิญพายุย้อน สภาขอให้เขากลับไปปิดลมอีกครั้ง เขาเสนอเปิดทางระบายร่วมกับพื้นดินแทน ชาวบ้านช่วยสร้างเสาค้ำ ธารเคศรักษาสายน้ำ และเขานำกระแสยกตัวออกจากเกาะโดยยอมสูญเสียพื้นที่ส่วนหนึ่ง ไม่มีฝ่ายใดได้ทุกอย่าง แต่ทั้งสองโลกไม่ต้องกินความอยู่รอดของกันและกัน

สุริยปักษ์ส่งคืนตำแหน่งผู้ครองช่องฟ้าและรับหน้าที่สำรวจเส้นทางอากาศของแนวร่วม การเดินทางทุกครั้งต้องมีจุดลงจอดและแผนช่วยผู้บินไม่ได้ เขากลับไปหาครอบครัวผู้สูญหายจากเรือทีละบ้าน ส่งสิ่งของที่ค้นพบและบอกสิ่งที่ตนไม่รู้ตามจริง

เมื่อขนปีกใหม่ขึ้น เขาไม่ได้ทดลองบินสูงที่สุดเหมือนทุกครั้ง แต่บินต่ำเหนือเส้นทางเกวียนให้เด็กที่เดินอยู่เห็นได้ ถ้ามีคนต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาจะรู้ว่าควรเรียกไปทางไหน สุริยปักษ์ยังรักท้องฟ้า ทว่าความรักครั้งนี้ทำให้เขาอยากเปิดมันให้กว้างพอสำหรับการเดินทางของคนอื่นด้วย